Home / โภชนาการ / การต่อสู้กับอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง

การต่อสู้กับอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง

sleep22

การที่ร่างกายของเราอ่อนเพลียเรื้อรังอาจมาจากสาเหตุได้หลายสาเหตุ ในบทความนี้จะกล่าวถึงสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้คุณมีอาการอ่อนเพลียหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ นั่นก็ คือ การลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนัก 

16640676_s

เมื่อร่างกายได้รับแคลอรี่ที่น้อยเกินไป ไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากการอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักหรือการเร่งรีบทานอาหารก็ตาม อาการอ่อนเพลียก็สามารถจะโจมตีคุณได้อย่างรุนแรง เพราะคุณไม่ได้รับแคลอรี่หรือสารอาหารที่เพียงพอที่ร่างกายต้องการในการทำงานให้เป็นปกติได้

ในการลดน้ำหนักโดยปกตินั้น คุณจะใช้แคลอรี่มากกว่าปกติที่ทานเข้าไป ดังนั้นร่างกายจึงเปลี่ยนไปเผาผลาญแคลอรี่ที่ “เก็บไว้” ในไขมันแทน แต่เมื่อคุณจำกัดแคลอรี่มากเกินไป ร่างกายจะเริ่มทำงานได้แย่ลง หรือตามที่ ด๊อกเตอร์ แมนเฟรด โครเกอร์ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์อาหารจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตทได้กล่าวว่า “ร่างกายจะเริ่มกินตัวเอง” และ “กระบวนการทั้งหมดนี้ผิดปกติและทำให้เกิดความเครียดต่อร่างกายเป็นอย่างมาก และหนึ่งในอาการหลากหลายของความเครียดก็คือ อาการอ่อนเพลีย”

172697

ดังนั้นจึงให้คุณหลีกเลี่ยงอาการอ่อนเพลีย อันเนื่องมาจากการจำกัดอาหาร ไม่ควรลดแคลอรี่ลงจนต่ำกว่าวันละ 1000 (โปรแกรมลดน้ำหนักส่วนมากจะให้แคลอรี่ต่ำสุดสูงกว่าตัวเลขนี้)  นอกจากนี้การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายต้องการแคลอรี่เพิ่มอีก 1000 แคลอรี่อีกด้วย

และการทานอาหารที่ไม่หลากหลายอาจแย่เหมือนกับการจำกัดแคลอรี่เช่นเดียวกัน คุณอาจอยู่ในความเสี่ยง หากรับประทานอาหารที่มีสารอาหารต่ำกว่าปกติหรือแม้แต่การขาดสารอาหาร

รวมสมุนไพรบรรเทาอาการวิเวียนและปวดศีรษะ

ดังนั้นในการลดน้ำหนัก โดยไม่เสียพลังงานควรปฏิบัติดังนี้ :

  • ลดไขมันลง  แคลอรี่จากไขมันจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันในร่างกายได้ง่ายกว่าแคลอรี่จากโปรตีนหรือคาร์โบไฮเดรต ยิ่งไปกว่านั้น ไขมันจะให้แคลอรี่สูงกว่าอีกสองอย่างข้างต้น  ให้ทดแทนอาหารที่มีไขมันด้วยอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง อย่างเช่น ผลไม้,ผัก,ธัญพืชและพาสต้า พวกนี้สามารถจะช่วยให้ลดน้ำหนักลงได้ โดยไม่ต้องจำกัดแคลอรี่ที่มากเกินไป ที่จริงแล้วการลดน้ำหนัก ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนักส่วนมากแนะนำว่า ให้นับจำนวนกรัมของไขมัน ไม่ใช่นับแคลอรี่ อาหารที่มีแคลอรี่จากไขมันน้อยกว่า 30 % จะช่วยคนส่วนมากให้ลดน้ำหนักลงได้ และลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เป็นโรคภัยลดน้อยลง

 

  • เดินทางสายกลางในการลดน้ำหนักตัว ควรจะลดน้ำหนักตัวลงสัก 1-2 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หากมากกว่านี้จะเกิดความเสี่ยงได้ การลดน้ำหนักมากจะเพิ่มโอกาสที่คุณจะอ่อนเพลียมากขึ้นได้และอาจทำให้นิ่วในถุงน้ำดีได้ นายแพทย์สตีเฟ่น เฮยม์สฟิลด์ ผู้อำนวยการลดน้ำหนักตัวของศูนย์วิจัยในกรุงนิวยอร์ค กล่าวว่า การทำเช่นนี้ยังสามารถทำให้เกิดปัญหาต่อหัวใจอีกด้วย

Comments

comments

About Jutharat Vorawichai

jeejib.01@gmail.com'

Check Also

ของดีจากใต้ดิน หวานเจี๊ยบไร้น้ำตาลกับ “บีทรูทแคนดี้” (แจกสูตร)

“บีทรูท” หัวสีแดงมีกลิ่นเหมือนไอดิน ซึ่งหลายๆ คนไม่ชอบทั้งกลิ่นและรสชาติของมัน แอดมินก็เคยเกลียดบีทรูทมาก่อนค่ะ ตอนเด็กๆ โดนแม่บังคับให้ดื่มน้ำบีทรูทคั้นสดทุกเช้าจนเกลียดไปเลย พอมาอยู่อเมริกาเพื่อนที่เป็นเชฟทำ บีทรูทแคนดี้ ให้ทาน โอ้ยตาย…อร่อยมว๊าก! หลังจากนั้นบีทรูทก็กลายเป็นผักสุดโปรดของแอดมินไปเลยค่ะ รับประทาน “บีทรูท” จะช่วยลดความดัน ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *