Home / โภชนาการ / ความวิตกกังวลและนอนไม่หลับ เสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์

ความวิตกกังวลและนอนไม่หลับ เสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์

e_bfgmouvx3589

การศึกษาใหม่ได้แสดงให้เห็นว่า ผู้สูงอายุที่มักจะใช้ยาระงับประสาท เพราะความวิตกกังวล ความเครียดหรือการนอนไม่หลับ อาจจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้

จากข้อมูลพื้นฐานในการศึกษาพบว่า การใช้ยา Benzodiazepines นั้นเป็นยาระงับประสาทที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งมี Lorazepam (Ativan), ยากล่อมประสาท (Valium) และ Alprazolam (Xanax) ผู้สูงอายุที่ใช้ยานี้เพราะมีความวิตกกังวล ความเครียดหรือนอนไม่หลับในระยะยาว

แม้จะมีความจริงที่ว่า มีแนวทางและมีการเรียกร้องให้มีการใช้ยานี้ในระยะสั้น ในปี 2012 American Geriatrics Society (AGS) หรือสมาคมผู้สูงอายุ ได้เพิ่ม Benzodiazepines ในรายการของยา ซึ่งมีการพิจารณาว่า อาจเป็นยาที่ไม่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ เพราะว่ายานี้จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่างๆและอาการ เช่น  สับสน, มึน, งง และเวียนศีรษะ เป็นต้น

การศึกษาในปัจจุบันไม่ได้เชื่อมโยงระหว่าง Benzodiazepines และโรคอัลไซเมอร์ว่ามีความเกี่ยวข้องกันเป็นครั้งแรก เพียงแต่มีหลักฐานเพิ่มเติมว่า มีการใช้ยานี้ในระยะยาว เกินกว่า 3 เดือน ซึ่งอาจจะมีปัจจัยเสี่ยง ตามที่นักวิจัย Sophie Billioti de Gage จากมหาวิทยาลัย Bordeaux ในฝรั่งเศสได้กล่าวว่า

26_20110630161954.“สำหรับคนที่จำเป็นหรือต้องใช้ Benzodiazepines นั้น แพทย์จะระมัดระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับความสมดุลในการใช้ยาและประโยชน์และความเสี่ยงต่อการสั่งยาของแพทย์  ”

แต่การศึกษานี้ สามารถที่จะหาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ยาและความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ มันไม่ได้ออกแบบมา เพราะเป็นแหล่งที่มาที่แน่นอน แต่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ยานี้อาจเป็นสาเหตุที่มีผลต่อความจำ จากคำกล่าวของ ดร. Gisele Wolf-Klein ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการวิจัย ได้กล่าวไว้

เหตุผลหนึ่งคือ การหาความจริงจากพื้นฐานของการเขียนใบสั่งยา เรารู้ว่ายานั้นถูกต้องตามกฎหมาย แต่เราไม่รู้ว่า คนส่วนใหญ่นำยาไปใช้อย่างไรหรือนำไปใช้ในทางใดบ้าง

Benzodiazepines นั้นเรารู้จักกันอย่างดี ซึ่งมีความเสี่ยงและรับประกันเกี่ยวกับความกังวลของเรา

Wolf-Klein กล่าวว่า ไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับยาเหล่านี้ว่ามีอันตรายหรือมีผลกระทบ มันเป็นสิ่งสำคัญมากที่เราควรเข้าใจว่า ยานี้สามารถเป็นยาเสพติดได้และสามารถเพิ่มความเสี่ยงของอาการทางจิตและสับสนได้

การศึกษาที่ได้ตีพิมพ์ออนไลน์ในวันที่ 9 กันยายน ใน BMJ

สำหรับการศึกษา ทีมของ Billioti de Gage ได้ตรวจสอบประวัติของผู้สูงอายุเกือบ 1,800 คนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ เปรียบเทียบกับคนที่ไม่มีภาวะสมองเสื่อมในช่วงอายุและเพศเดียวกัน

พวกเขาพบว่า ผู้ที่ใช้ Benzodiazepines มานานกว่าสามเดือน ประมาณ 51 %  มีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปเป็นโรคอัลไซเมอร์ เมื่อเทียบกับคนที่ไม่เคยใช้ยานี้เลย

972ความเสี่ยงจะเพิ่มเป็น 2 เท่า หากว่าพวกเขานำ Benzodiazepines ไปใช้นานกว่า 6 เดือน

ตามที่ Billioti de Gage กล่าวว่า ช่วงแรกคนที่มีอาการอัลไซเมอร์ จะมีอาการ เช่น  มีปัญหาในการนอนและมีความเครียดและวิตกกังวล ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ว่า การใช้ Benzodiazepines นั้นเป็นผลมาจากการเป็นโรคอัลไซเมอร์ ไม่ใช่จากสาเหตุของโรคอื่น

การศึกษานี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโต้ความเป็นไปได้นี้ พวกเขาวิเคราะห์การสั่งยาที่เริ่มอย่างน้อย 5 ปีก่อนที่จะวินิจฉัยการเป็นโรคอัลไซเมอร์

Billioti de Gage กล่าวว่า ยานั้นมีประโยชน์ในระยะสั้น และได้ชี้ให้เห็นการศึกษาที่พบว่า ไม่มีความเสี่ยงของอัลไซเมอร์ที่เพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุที่ได้รับยาตามแนวทางสากล ซึ่งนั่นหมายความว่า การใช้ Benzodiazepines ไม่ควรเกินหนึ่งเดือนสำหรับอาการนอนไม่หลับ และไม่ควรเกินสามเดือนสำหรับความวิตกกังวลและความเครียด

Dr. Malaz Boustani กล่าวว่า ผู้สูงอายุต้องระมัดระวังเกี่ยวกับการใช้ยา เพราะการใช้ยาแต่ละชนิดอาจมีผล่อการทำงานของจิตใจได้  เราจำเป็นต้องนำผลข้างเคียงของการใช้ยาเหล่านี้มาวิเคราะห์อย่างจริงจัง

ตามที่ AGS ได้แนะว่า ยาอาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกมึนงงและสับสน  Benzodiazepines ซึ่งรวมถึงยานอนหลับอื่นๆด้วย เช่น zaleplon (Sonata), Zolpidem (Ambien) คือ สารต้านฮิสทามีน เช่น Diphenhydramine (Benadryl) และ Chlorpheniramine (AllerChlor, Chlor-Trimeton) และเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

ทั้ง Boustani และ Wolf-Klein ได้แนะนำให้มองหาแนวทางการรักษาที่ไม่ใช้ยาในการรักษา เกี่ยวกับปัญหาการนอนหลับและความวิตกกังวล ความเครียดต่างๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะยาไม่ใช่ปัญหาพื้นฐาน

ผู้สูงอายุดูเหมือนจะมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับมากที่สุด Wolf-Klein ได้แนะนำว่า การเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันและสิ่งที่ทำต่างๆทั้งหมดเป็นสิ่งที่จำเป็น เช่น การหลีกเลี่ยงคาเฟอีนหรือการจำกัดการทานของเหลวในตอนกลางคืน

Boustani กล่าวว่า ความผิดปกติที่เกิดจากความกังวลและความเครียดนั้นเป็นปัญหา การรู้และเข้าใจพฤติกรรมในการบำบัด (การบำบัดด้วยการพูดคุย) มักจะเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

สิ่งใหญ่ที่เราต้องทำคือ การที่เราต้องดูแลสมองของเรามากกว่า และขั้นตอนต่างๆต้องไม่เป็นอันตรายด้วย

Comments

comments

About Jutharat Vorawichai

jeejib.01@gmail.com'

Check Also

ของดีจากใต้ดิน หวานเจี๊ยบไร้น้ำตาลกับ “บีทรูทแคนดี้” (แจกสูตร)

“บีทรูท” หัวสีแดงมีกลิ่นเหมือนไอดิน ซึ่งหลายๆ คนไม่ชอบทั้งกลิ่นและรสชาติของมัน แอดมินก็เคยเกลียดบีทรูทมาก่อนค่ะ ตอนเด็กๆ โดนแม่บังคับให้ดื่มน้ำบีทรูทคั้นสดทุกเช้าจนเกลียดไปเลย พอมาอยู่อเมริกาเพื่อนที่เป็นเชฟทำ บีทรูทแคนดี้ ให้ทาน โอ้ยตาย…อร่อยมว๊าก! หลังจากนั้นบีทรูทก็กลายเป็นผักสุดโปรดของแอดมินไปเลยค่ะ รับประทาน “บีทรูท” จะช่วยลดความดัน ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *