Home / โภชนาการ / ทำไมสมาร์ทโฟนถึงเป็นภัยที่คุกคามสุขภาพของคุณได้

ทำไมสมาร์ทโฟนถึงเป็นภัยที่คุกคามสุขภาพของคุณได้

ในหลายๆประเทศห้ามมีการส่งข้อความหรือกดแชทในขณะที่กำลังขับรถหรือเดินอยู่  ซึ่งการกระทำเหล่านี้อาจจะกลายเป็นภัยที่คุกคามเรื่องสุขภาพของคุณได้  ไม่ว่าจะเป็นคลิปที่แสดงให้เห็นถึง คนที่มัวกดโทรศัพท์ขณะที่กำลังข้ามถนน ซึ่งเกือบจะถูกรถชน และผู้หญิงที่เดินสะดุดตกท่อ เป็นต้น ในชีวิตจริงเราอาจจะเจอเหตุการณ์ต่างๆมากมายเพราะความประมาท เรื่องราวที่กล่าวมาข้างต้นนี้อาจจะฟังดูเหมือนเรื่องตลก แต่จริงๆแล้วมันอาจจะเกิดอันตรายได้มากที่สุด

08142012TextingWhileWalkingINTHENEWS-638x425

แพทย์ด้านแผนกฉุกเฉินได้มีการรายงาน การบาดเจ็บซึ่งมีทั้งกระดูกใบหน้าหัก, การบาดเจ็บที่สมอง, บาดแผลที่ฉีกขาด, เลือดกำเดาออกและมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า เป็นต้น  โดยหนังสือพิมพ์ได้รายงานข่าวว่า คนที่จดจ้องแต่โทรศัพท์ ส่วนใหญ่มักจะเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ไมว่าจะเป็น เดินสะดุดแพลตฟอร์มในรถไฟฟ้าใต้ดินหรือเดินตกสะพาน เดินตกคลอง

คนเราส่วนใหญ่จะละอายและรู้สึกผิดว่าตัวเองทำไม่ถูกต้องในการแขท และการประมาทดดยคิดว่า อุบัติเหตุจะไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง หลังจากเกิดอุบัติเหตุถึงจะคิดได้ว่า เราทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องและทำให้คนอื่นเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม จากสถิติขององค์การคุ้มครองผู้บริโภค รายงานเกี่ยวกับ ผู้บาดเจ็บในปีที่ผ่านมากว่า 1,100 คนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดอุบัติเหตุจากการส่งข้อความขณะที่กำลังเดินซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึงสี่เท่าภายใน 7 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามตัวเลขที่รายงานผู้บาดเจ็บอาจจะมากกว่านี้

จากสถิติที่มีการรายงานเรื่องการบาดเจ็บจากการเล่นสมาร์ทโฟนนี้ ทำให้รัฐบาลมีการกระตุ้น โดยจะมีการให้เสียค่าปรับ $50 หากเดินเหม่อลอยไปแถวๆทางรถไฟ  ในเมืองฟอร์ตลีในนิวเจอร์ซีได้ออกกฎที่คล้ายกัน คือ จะปรับ $ 85 หากไม่เดินข้ามทางม้าลาย ซึ่งกฎออกมาหลังจากที่มีผู้เสียชีวิตจากการเดินข้ามถนนที่ไม่ถูกต้อง

สำหรับรัฐเดลาแวร์ได้แปะสติ๊กเกอร์คำเตือนที่เกี่ยวกับการเดินทางเท้า เพื่อกระตุ้นให้ผู้ที่ชอบส่งข้อความหรือเล่นสมาร์ทโฟน “เงยหน้าขึ้นมอง” และให้ระมัดระวังอันตราย ไม่ประมาทและเดินอย่างมีสติและระมัดระวังมากขึ้น เพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากการเดินก้มหน้า ไม่มองทางเดินและคนอื่นๆ

ปัญหานี้จะเป็นการพิสูน์ความสามารถของสมองเราที่สามารถทำอะไรได้หลายๆอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักวิจัยเรียกแนวคิดนี้ว่า “การแบ่งความสนใจ” หรือ “การมองข้ามความเปลี่ยนแปลง” แทนการทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน  Dorsolateral Prefrontal Cortex (DLFC) ซึ่งเป็นสมองส่วนกลีบหน้า ที่จะเปลี่ยนความสนใจของเรามนการทำสิ่งหนึ่งไปอีกสิ่งหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว

การเปลี่ยนความสนใจอย่างรวดเร็วนี้อาจจะทำให้เราเข้าใจผิดได้ว่า เราสามารถทำได้หลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน

เพราะว่าการเดินอาจจะใช้กระบวนการคิดน้อยกว่าการขับรถ ทำให้คนเดินเท้าอาจจะรู้สึกอึดอัดหรือรู้สึกว่าถูกบังคับน้อยกว่าคนที่ขับรถในการที่จะนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่น อย่างไรก็ตาม นักวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า การส่งข้อความหรือการคุยโทรศัพท์ระหว่างที่เดินนั้น อาจจะเกิดอันตรายกับเราได้ทุกเมื่อ

มีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอที่พบว่า วสิ่งที่เบี่ยงเบนความสนใจของเราโดยใช้โทรศัพท์มือถือนั้น จะเป็นการลดการรับรู้สถานการณ์ต่างๆของเราลงและเป็นการเพิ่มพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งจะทำให้คนเดินเท้ามีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นที่จะเกิดอุบัติเหตุ และอาจเป็นเหยื่อจากการก่ออาชญากรรมและอาจทำให้คุณเข้าห้องฉุกเฉินหรืออาการแย่ลงได้

แม้ว่าจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น การควบคุมของรัฐบาลเกี่ยวกับการส่งข้อความขณะที่เดินยังคงเป็นประเด็นร้อนที่มีคนติดตามเยอะอยู่ บางคนอาจจะติดตลก เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็ก อย่างไรก็ตาม การวิจัยแสดงให้เห็นว่า เราทุกคนก็สามารถทำผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น

บางทีเราจะรู้จุดอ่อนของเราเอง และมีโอกาสมากยิ่งขึ้นในการทำสิ่งต่างๆตามสามัญสำนึกลำพูดเดิมๆว่า “ความปลอดภัยมาก่อน”  แม้ว่าเราอาจจะได้ประโยชน์จากการกดโทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนขณะที่เดิน แต่การใช้เวลาไปกับการชื่นชมหรือดูสิ่งรอบตัวเราคงจะดีและปลอดภัยกับชีวิตของเรามากกว่า หากจะกดสมาร์ทโฟนก็ควรนั่งให้เป็นที่จะดีกว่า

Comments

comments

About Jutharat Vorawichai

jeejib.01@gmail.com'

Check Also

ของดีจากใต้ดิน หวานเจี๊ยบไร้น้ำตาลกับ “บีทรูทแคนดี้” (แจกสูตร)

“บีทรูท” หัวสีแดงมีกลิ่นเหมือนไอดิน ซึ่งหลายๆ คนไม่ชอบทั้งกลิ่นและรสชาติของมัน แอดมินก็เคยเกลียดบีทรูทมาก่อนค่ะ ตอนเด็กๆ โดนแม่บังคับให้ดื่มน้ำบีทรูทคั้นสดทุกเช้าจนเกลียดไปเลย พอมาอยู่อเมริกาเพื่อนที่เป็นเชฟทำ บีทรูทแคนดี้ ให้ทาน โอ้ยตาย…อร่อยมว๊าก! หลังจากนั้นบีทรูทก็กลายเป็นผักสุดโปรดของแอดมินไปเลยค่ะ รับประทาน “บีทรูท” จะช่วยลดความดัน ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *