Home / โภชนาการ / สิ่งที่คุณต้องรู้ : อาหารเพื่อสุขภาพเมื่ออายุ 60 ปี

สิ่งที่คุณต้องรู้ : อาหารเพื่อสุขภาพเมื่ออายุ 60 ปี

สร้างสุขเพื่อแม่

มันไม่ใช่ความลับ อายุของเราคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลและเวลา  ขณะที่เราเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง  ซึ่งไม่ใช่นิสัยที่จะเปลี่ยนไปทั้งหมด เมื่อเราอายุมากขึ้น หากเราจะรับประทานอาหารหรือการใช้ชีวิตแบบเดิมคงจะไม่ได้ ยิ่งอายุมากก็ยิ่งต้องรักษาสุขภาพและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ด้วย

ฉันควรจะทานอาหารที่แตกต่างจากเดิมไหม เมื่อฉันอายุ 60 ?

คำตอบสั้นๆ คือ ไม่ต้องแตกต่าง หลักการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพนั้นเหมือนกัน คือ การให้ความสำคัญก่อนที่คุณจะอายุ 60 ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก นั่นเป็นเพราะสุขภาพของเรามีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น การรับประทานอาหารที่ดีและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะหยุดความเสี่ยงจากโรคต่างๆที่จะเกิดขึ้นได้

เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ สิ่งที่เราทำได้คือ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด บางครั้งเราสามารถป้องกันโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูงได้ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดังนั้น มีกฎหรอไม่ว่าเราสามารถทานอะไรได้บ้าง ? นี่คือหลักไม่กี่ข้อที่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางได้

923258_662480177112192_19925283_n

การทานอาหารให้สมดุล ซึ่งอุดมไปด้วยผักและผลไม้ การทานผักและผลไม้อย่างสม่ำเสมอจะทำให้อายุยืนมากยิ่งขึ้นและลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคต่างๆได้อีกด้วย ไม่เพียงแต่คุณจะรู้สึกดีขึ้นเท่านั้นยังเป็นการลดน้ำหนักและรักษาสุขภาพ เพราะผักและผลไม้มีไฟเบอร์และวิตามินที่ร่างกายต้องการ

การได้รับไฟเบอร์ ปัญหาของผู้สูงอายุคือ มีอาการท้องผูกและปัญหาเรื่องการย่อยอาหาร ผลไม้และผักรวมทั้งเมล็ดธัญพืชเป็นวิธีที่ดีที่จะทำให้การย่อยอาหารและลดอาการท้องผูกลง รวมทั้งยังทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารและได้ไฟเบอร์อีกด้วย

การได้รับแคลเซียมและธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ  โรคโลหิตจางและโรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่พบได้ทั่วไปในผู้สูงอายุ การทานเนื้อ, ถั่ว, ไข่ และผักใบเขียว ซึ่งมีธาตุเหล็กอยู่สูง นม, ปลา และถั่วเหลือง ถือว่าเป็นแหล่งอาหารที่มีแคลเซียมที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

การลดเกลือลง มีข่าวมากมายที่เกี่ยวกับการทานเค็มมากเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเห็นด้วยว่า การทานเค็มมากเกินไปนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ และเกลือมักจะมาในรูปแบบที่เราไม่สามารถสังเกตได้และอยู่ในสิ่งที่เราทาน องค์การอนามัยแนะนำว่า เราควรจะทานเค็มให้น้อยกว่า 1,500 มิลลิกรัม

วิตามิน D วิตามินชนิดนี้เป็นแร่ธาตุที่สำคัญที่ทำให้เราแน่ใจว่า เราได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอในอาหารของเรา เพื่อให้กระดูกของเรามีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง มีการวิจัยเพิ่มเติมที่แสดงให้เห็นว่า คนที่ขาดวิตามินนี้อาจเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมได้ ไข่, ปลา และถั่วเหลือง นม เป็นแหล่งวิตามิน D ที่ดีที่คุณสามารถทาน เพื่อให้กระดูกและร่างกายแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ การขาดน้ำอาจนำไปสู่อาการหน้ามืด วิงเวียน ซึ่งอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ในผู้สูงอายุ ดังนั้นเราจึงควรดื่มน้ำอย่างเพียงพอ เพราะร่างกายเราประกอบไปด้วยน้ำ หากเราขาดน้ำ อาจทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติได้ ตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย ควรจะดื่มน้ำ 1.2 ลิตรต่อวัน ซึ่งไม่มีเครื่องดื่มแอลกฮอล์หรือเครื่องดื่มอื่นๆผสม

Comments

comments

About Jutharat Vorawichai

jeejib.01@gmail.com'

Check Also

ของดีจากใต้ดิน หวานเจี๊ยบไร้น้ำตาลกับ “บีทรูทแคนดี้” (แจกสูตร)

“บีทรูท” หัวสีแดงมีกลิ่นเหมือนไอดิน ซึ่งหลายๆ คนไม่ชอบทั้งกลิ่นและรสชาติของมัน แอดมินก็เคยเกลียดบีทรูทมาก่อนค่ะ ตอนเด็กๆ โดนแม่บังคับให้ดื่มน้ำบีทรูทคั้นสดทุกเช้าจนเกลียดไปเลย พอมาอยู่อเมริกาเพื่อนที่เป็นเชฟทำ บีทรูทแคนดี้ ให้ทาน โอ้ยตาย…อร่อยมว๊าก! หลังจากนั้นบีทรูทก็กลายเป็นผักสุดโปรดของแอดมินไปเลยค่ะ รับประทาน “บีทรูท” จะช่วยลดความดัน ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *