Home / โภชนาการ / 3 เหตุผลที่ทำให้คุณหมดกำลังใจในการทำงาน

3 เหตุผลที่ทำให้คุณหมดกำลังใจในการทำงาน

คุณอาจจะประสบกับภาวะงานที่มากเกินไป  ไม่ว่าจะเป็นความเครียดต่างๆจาก อีเมล์งานที่ส่งมากระหน่ำแบบไม่รู้จบ, การโนเพื่อนร่วมงานส่อเสียด, การไม่จ่ายค่าทำงานล่วงเวลา นั่นคือเหตุผลที่ทำให้คุณยังเครียดและทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง

แต่มีการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Social Psychiatry and Psychiatric Epidemiology ซึ่งพบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นต่างๆเหล่านี้ ไม่ใช่แค่ปัญหาภายในออฟฟิศที่ทำให้คุณรู้สึกแย่เพียงเท่านั้น (แม้ว่างานจะเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อคุณมากก็ตาม)

บทความนี้เป็นเหตุผล 3 ข้อที่เป็นาเหตุที่ทำให้คุณไม่มีชีวิตชีวาหรือหมดแรงในการทำงานและทำสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน

78 -burnt-out-at-work

คุณไม่ได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอจากที่บ้าน

หากคุณไม่ได้รับการสนับสนุนจากที่บ้าน มันก็เหมือนกับการที่คุณไม่สามารถระบายสิ่งที่อยู่ในใจกับคนใกล้ชิดของคุณได้  จึงอาจกลายเป็นความกดดันและความกังวลได้  การเปิดอกเพื่อทำความเข้าใจในเรื่องต่างๆจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เช่นเดียวกับการมีเจ้านายที่คอยสนับสนุนคุณ ซึ่งจากการมีคนที่เข้าใจและคอยสนับสนุนนี้ จะช่วยทำให้คุณมีความเบื่อหน่ายจากการทำงานน้อยลง

นักวิจัยชาวแคนาดาพบว่า หากคุณรู้สึกว่า ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน หรือเพื่อนที่ทำงาน  ต่างก็ไม่ยอมรับในตัวคุณ ให้ลองพูดคุยกับพวกเขาเพื่อเปิดใจ  โดยการพูดคุยและฟัง แลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆไปด้วยกันและทำในระยะยาว ผลจากการเปิดใจพูดคุยกันนี้ จะทำให้เข้าใจกันมากขึ้น และคุณจะมีความเครียดและความกังวลน้อยลงอีกด้วย

คุณไม่ได้เข้าสังคมเพียงพอ

เราไม่ได้พูดถึงการเข้าสื่อสังคม เช่น  Facebook  แต่เราหมายถึงคนที่ได้รับการสนับสนุนจากคนในสังคมที่นอกเหนือจากคนในออฟฟิศ ซึ่งการเข้าสังคมนี้จะเกี่ยวข้องกับปัญหาด้านสุขภาพจิตซึ่งสามารถส่งผลทำให้คุณหมดกำลังใจในการทำงานได้

การศึกษายังพบว่า การใช้เวลาไปกับการพบปะเพื่อน เพื่อดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มอย่างอื่น หลังจากเลิกงาน แม้ว่าในขณะที่ไปเจอเพื่อนนั้นคุณอาจจะไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่ดีมาตลอดทั้งวันก็ตาม ส่วนใหญ่เพื่อนของคุณและตัวคุณเอง จะมีการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การทำงานอดิเรก การพูดคุย การท่องเที่ยว (เดินป่า ปีนเขา) การอ่านหนังสือ ซึ่งการทำกิจกรรมเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถออกจากความคิดในเรื่องของการทำงาน และความเครียดต่างๆได้อีกด้วย

คุณไม่ได้หยุดพักรับประทานอาหารกลางวัน

คุณอาจจะคิดว่า การไม่ออกไปรับประทานอาหารกลางวันนั้น อาจจะดีตรงที่ว่า คุณก็ยังสามารถทำงานและไม่ต้องออกจากโต๊ะไปไหน แต่มีการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Toronto ที่พบว่า การไม่พักเที่ยงของคุณนี้ จะทำให้คุณมีแรงจูงใจน้อยลงและทำงานมีประสิทธิภาพน้อยลงอีกด้วย

นักวิจัยยังกล่าวอีกว่า นิสัยนี้จะส่งผลกระทบต่อพลังงานด้านจิตใจจากการไม่ทานอาหารกลางวันและไม่ยอมหยุดพัก รวมทั้งการที่ร่างกายไม่ได้พัก ดังนั้นคุณอาจจะคิดว่า การทานสลัดอยู่ที่โต๊ะทำงานของคุณ จะช่วยทำให้คุณสะดวกมากยิ่งขึ้นนั้น จริงๆแล้วจะทำให้คุณรู้สึกขี้เกียจและทำให้งานเสร็จช้าลงไปอีก ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้งานไม่เสร็จและต้องทำงานล่วงเวลาอีกด้วย

มีการสำรวจโดยบริษัท Draugiem Group โดยพกวเขาพบว่า ส่วนใหญ่คนที่ลุกขึ้นและนั่งทุก 52 นาที (17 นาทีสำหรับพัก) ให้ลองหยุดพักจากงานที่ทำอยู่ในเวลาพักกลางวันและทานอาหารกลางวันตามเวลา จะช่วยทำให้งานของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Comments

comments

About Jutharat Vorawichai

jeejib.01@gmail.com'

Check Also

ของดีจากใต้ดิน หวานเจี๊ยบไร้น้ำตาลกับ “บีทรูทแคนดี้” (แจกสูตร)

“บีทรูท” หัวสีแดงมีกลิ่นเหมือนไอดิน ซึ่งหลายๆ คนไม่ชอบทั้งกลิ่นและรสชาติของมัน แอดมินก็เคยเกลียดบีทรูทมาก่อนค่ะ ตอนเด็กๆ โดนแม่บังคับให้ดื่มน้ำบีทรูทคั้นสดทุกเช้าจนเกลียดไปเลย พอมาอยู่อเมริกาเพื่อนที่เป็นเชฟทำ บีทรูทแคนดี้ ให้ทาน โอ้ยตาย…อร่อยมว๊าก! หลังจากนั้นบีทรูทก็กลายเป็นผักสุดโปรดของแอดมินไปเลยค่ะ รับประทาน “บีทรูท” จะช่วยลดความดัน ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *