Home / โภชนาการ / 4 ผลเสียของการโดดเดี่ยวอาจส่งผลต่อสุขภาพได้

4 ผลเสียของการโดดเดี่ยวอาจส่งผลต่อสุขภาพได้

เมื่อคุณรู้สึกเหงา คุณอาจจะมองหาเพื่อนและสามารถเจอเพื่อนได้ในทุกที่ที่คุณไป อย่างน้อยข้อสรุปของการศึกษาล่าสุดในวิทยาศาสตร์จิตวิทยาได้พบว่า คนที่ตัดตัวเองออกจากสังคมโซเชี่ยล หรือรู้จักกันดีว่า  เป็นคนเหงา และมีแนวโน้มที่จะอยู่กับตัวเองมากกว่าคนอื่น

ทั้งนี้ผลกระทบด้านสุขภาพของการเป็นคนโดดเดี่ยวนั้นมีมากกว่าการวิเคราะห์ถึงบุคลิกภาพที่ค่อนข้างแปลก

Bruce Rabin  ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัย Pittsburgh ซึ่งเป็นศูนย์การแพทย์เพื่อสุขภาพ ได้อธิบายว่า คนที่โดดเดี่ยวหรือคนที่เหงานั้น มักจะมีปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจมากกว่าคนที่มีการเชื่อมต่อหรือสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น  โดย 4 ผลเสียของการเป็นคนโดดเดี่ยวและส่งผลต่อสุขภาพของคุณ มีดังนี้

feeling-lonely

คุณมีแนวโน้มว่าจะเป็นคนที่ไม่มีความสุข

จากการวิจัยที่มหาวิทยาลัยในชิคาโก้ ได้พบว่า การที่คนเรารู้สึกโดดเดี่ยวและเหงามากยิ่งขึ้น ก็จะยิ่งมีแนวโน้มที่จะมีอาการจากโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

Rabin อธิบายว่า เมื่อคุณรู้สึกโดดเดี่ยว ฮอร์โมนในสมองของคุณซึ่งจะเกี่ยวข้องกับความเครียด เช่น คอร์ติซอ จะทำงานมากขึ้น ซึ่งสามารถเป็นสาเหตุของภาวะซึมเศร้าได้

ในความเป็นจริง ภาวะซึมเศร้าในระดับปานกลางกับการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมนั้น จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นและได้ผลดีกว่าการใช้ยากล่อมประสาท เพื่อบรรเทาอาการซึมเศร้า

หนึ่งในการศึกษาปี 2009 ที่มหาวิทยาลัยในรัฐโคโลราโด้พบว่า การปฏิสัมพันธ์ทางสัมคมของคนที่มีภาวะซึมเศร้าเป็นบวกมากขึ้น รวมถึงอาการของพวกเขาก็ดีขึ้นอีกด้วย

คุณดูแลตัวเองน้อยลง

การวิจัยแสดงให้เห็นว่า คุณรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพน้อยลง หากคุณรับประทานอาหารคนเดียวบ่อยๆ ไม่ว่าคุณจะโสดหรือม่าย หรือ ผู้ชาย ผู้หญิงที่อายุเยอะแล้ว เช่น รับประทานผักทุกวันแต่น้อยลงกว่าตอนที่แต่งงานหรือตอนที่อยู่ด้วยกัน

หากคุณกำลังทำอาหารเพื่อเตรียมให้สำหรับคนอื่นๆ มีแนวโน้มว่าคุณจะเตรียมอาหารมื้อที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งจะประกอบไปด้วย อาหารที่มี่เนื้อสัตว์ แป้ง และผัก ซึ่งการทานข้าวด้วยกันนั้น เป็นการใช้เวลาร่วมกันและจะทำให้คุณมีความสุขมากยิ่งขึ้นกว่าการรับประทานอาหารคนเดียว จะยิ่งทำให้ภาวะซึมเศร้ายิ่งแย่ลง

นอกจากนี้จากการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในปี 2009 ในวารสารด้านจิตวิทยาสุขภาพยังบอกอีกว่า คนที่เหงาโดดเดี่ยวยังมีแนวโน้มที่จะมีความขี้เกียจมากขึ้นอีกด้วย

คุณอาจจะอ่อนแอลงและนำไปสู่โรคหัวใจได้

photolibrary_rf_photo_of_two_men_on_basketball_court

จากการศึกษาในฮาร์วาร์ด ปี 2012 พบว่า ผู้ใหญ่วัยกลางคนที่อยู่คนเดียวจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 24 % ของการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ

การวิจัยได้แสดงให้เห็นอย่างต่อเนื่องว่า คนที่โดดเดี่ยวจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจสูงมาก และก็มาจากหลายๆเหตุผล

นับตั้งแต่ที่พวกเขาไม่ได้รับการสนับสนุนทางสังคม พวกเขาก็จะยิ่งอ่อนแอมากยิ่งขึ้นเพราะผลกระทบจากความเครียด ซึ่งจะเพิ่มความอ่อนแอและนำไปสู่การเป็นโรคหัวใจได้ เรารู้ว่าฮอร์โมนความเครียดเพิ่มสูงขึ้นจากการสะสมคอเลสเตอรอลในหัวใจ

ประการที่สอง หากเขากำลังอยู่ในช่วงโดดเดี่ยว พวกเขาจะมีแนวโน้มน้อยลงที่จะขยับร่างกายหรือรับประทานอาหารที่เหมาะสม และท้ายที่สุดหากพวกเขารู้สึกไม่ดี พวกเขาจะไว้วางใจบางคนน้อยลง สำหรับบางคนอาจต้องการการยืนยัน จึงไปพบแพทย์ เพื่อตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น

คุณจะมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง

ความโดดเดี่ยวจะสามารถส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันได้ จากการวิจัยในมหาวิทยาลัยในรัฐโอไฮโอได้นำเสนอในปี 2013 ว่า คนที่โดดเดี่ยวจะผลิตโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับอาการอักเสบได้ในการตอบสนองความเครียดมากกว่าคนที่รู้สึกตัวเองเข้าสังคมมากขึ้น

การอักเสบยังเชื่อมโยงกับสภาวะสุขภาพมากมาย ซึ่งรวมถึง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไขข้อและโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย

สิ่งที่เราควรจะทำ

ageless2

การเข้าร่วมกลุ่มในสังคมไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับความเหงาและความโดดเดี่ยว มันเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรจะทราบว่า บางคนสามารถอยู่คนเดียวได้หรือมีเพียงเพื่อนสนิทหรือคนใกล้ชิดเพียงไม่กี่คน และไม่รู้สึกว่าตัวเองเหงา ก็ยังสามารถมีสุขภาพที่แข็งแรงได้

หรือคุณเป็นคนที่เข้าสังคมโดยการไปปาร์ตี้กับเพื่อนทุกคืน แต่ยังคงรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวอยู่ล่ะ

คำแนะนำ คือ การทำสิ่งดีๆเพื่อคนอื่น จะช่วยยกระดับอารมณ์ของคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ และคุณจะพบว่าการทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อคนอื่นนั้น จะทำให้คุณรู้สึกพึงพอใจและมีความสุขมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังรู้สึกได้ถึงการเชื่อมความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างแท้จริง ซึ่งการได้รับความรู้สึกกลับมานี้ จะทำให้คุณรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวน้อยลง

Comments

comments

About Jutharat Vorawichai

jeejib.01@gmail.com'

Check Also

ของดีจากใต้ดิน หวานเจี๊ยบไร้น้ำตาลกับ “บีทรูทแคนดี้” (แจกสูตร)

“บีทรูท” หัวสีแดงมีกลิ่นเหมือนไอดิน ซึ่งหลายๆ คนไม่ชอบทั้งกลิ่นและรสชาติของมัน แอดมินก็เคยเกลียดบีทรูทมาก่อนค่ะ ตอนเด็กๆ โดนแม่บังคับให้ดื่มน้ำบีทรูทคั้นสดทุกเช้าจนเกลียดไปเลย พอมาอยู่อเมริกาเพื่อนที่เป็นเชฟทำ บีทรูทแคนดี้ ให้ทาน โอ้ยตาย…อร่อยมว๊าก! หลังจากนั้นบีทรูทก็กลายเป็นผักสุดโปรดของแอดมินไปเลยค่ะ รับประทาน “บีทรูท” จะช่วยลดความดัน ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *