Home / โภชนาการ / 4 วิธีการเอาชนะความเครียดจากการทำงานในออฟฟิศ

4 วิธีการเอาชนะความเครียดจากการทำงานในออฟฟิศ

ทำงานให้ประสบความสำเร็จเรื่องของความเครียดจากการทำงานนี้ เป็นปัญหาที่หลายๆคนประสบพบเจอกันอยู่บ่อยๆ และหาวิธีแก้ได้ยาก ไม่ว่าจะไปที่ไหน กลับต้องพบเจอปัญหามากมายจากออฟฟิศอยู่เรื่อยไป ไม่ว่าจะ สภาพแวดล้อมการทำงาน การเดินทาง เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย และค่าใช้จ่ายอีกมากมาย ด้วยความเครียดนี้อาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณได้ ดังนั้นบทความนี้เราจึงขอเสนอวิธีที่จะทำให้คุณผ่อนคลายและเรียนรู้วิธีการทำงานได้อย่างฉลาดมากขึ้น ไม่ใช่ทำงานให้หนักขึ้น แต่เป็นการช่วยลดความเสี่ยงจากการจะเกิดโรคภัยตามมาทีหลังนั่นเอง

2_officesyndome-topหากคุณคิดถึงความเครียดเรื่องงาน คุณอาจคิดถึงงานด่วนหรือเรื่องด่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานที่ต้องส่งตามกำหนด หรือ การต้องรายงานกับหัวหน้า เราต้องยอมรับว่า วิถีชีวิตแบบนี้เต็มไปด้วยปัจจัยที่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและอาการเจ็บป่วยอื่นๆ อย่างเช่น ต้องยอมทานอาหารที่มีไขมันและโซเดียมสูงๆ เพราะเวลาที่เร่งด่วน  การอดหลับอดนอน และการที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังเป็นไปได้ว่า ปัจจัยทางด้านพันธุกรรมชนิด A ที่ส่งผลให้คนนั้นเป็นผู้บริหารใหญ่ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหัวใจได้ด้วยเช่นกัน

จากสถิติแสดงให้เห็นว่า คนที่อยู่ในระดับ CEO นั้นมีบุคลิกที่ค่อนข้างก้าวร้าว และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาก้าวมาถึงขั้นใหญ่โตนี้ได้ ซึ่งคำกล่าวนี้เป็นคำกล่าวของ นายแพทย์ เจอรรี่ คอร์นเฟลด์ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความเครียด เขายังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ตอนนี้เราทราบแล้วว่า บุคคลที่มีบุคลิกก้าวร้าวนั้น มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจมากกว่าคนปกติ นอกจากนี้เรายังพบว่าสตรีผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นตำแหน่ง ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้เช่นเดียวกัน

แต่ปัจจัยเสี่ยงที่สุด นั่นก็คือ ความเครียดและรวมไปถึงคนประเภทที่อยู่ติดกับงานมากเกินไป เช่น การอยู่บนเครื่องบินโดยสารแต่ยังทำงานโดยใช้โน๊ตบุ๊คระหว่างโดยสารไปด้วยนั้น ทุกวันนี้เรารู้สึกว่า เวลามันเดินอย่างรวดเร็วมาก และเราต้องทำงานมากกว่าหนึ่งอย่างในตำแหน่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นที่ออฟฟิศหรือที่บ้านก็ตาม ผลจากความเครียดนี้นอกจากนำไปสู่โรคต่างๆแล้ว ยังนำไปสู่การกินที่มากขึ้น ส่งผลให้น้ำหนักของคุณเพิ่ม และเป็นปัญหาที่คุณต้องลดน้ำหนักอีกด้วย

listen1ในขณะที่ความเครียดมีความเสี่ยงต่อโรคหลายๆชนิด แต่ก็ไม่ได้เป็นผลเสียเสมอไป เดวิด อัลเลน ซึ่งเป็นประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท The David Allen Company ที่เป็นบริษัทที่จัดอบรม กล่าวว่า เราจะเติบโตไม่ได้เลยหากว่าเราไม่มีความเครียด ความเครียดด้านลบต่างหากที่เป็นอันตราย หากว่าคุณไม่สามารถหาทางออกได้ คุณก็จะเกิดความท้อถอย จุดประสงค์ของเราคือ เราไม่ได้ต้องการจำกัดความเครียดที่เกิดขึ้น แต่เราต้องการใช้ความเครียดในการกระตุ้นบางอย่าง นั่นเอง

ทางออกของความเครียด 

เราต้องเรียนรู้ที่จะรับมือกับความเครียด ใช้เวลาให้คุ้ม ลดความเครียดและจัดการให้สำเร็จ ขั้นตอนต่างๆเหล่านี้จะใช้ได้ผลดีกับคนที่อยู่ในระดับล่างๆขององค์กรและอาจช่วยส่งผลให้เราสามารถขึ้นตำแหน่งได้เร็วขึ้นอีกด้วย

ทางออกที่ 1 การทำให้สำเร็จ 

วิธีหนึ่งที่จะลดความเครียดก็คือ การทำงานนั้นจริงจัง คุณต้องหายใจลึกๆเตรียมพร้อมเท่าที่ต้องการ เมื่อคุณได้ลองเข้าไปจัดการกับปัญหาและทำหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบนั้น จะทำให้คุณมีความเครียดที่น้อยลงไป13528747691352874800l

เดวิด อัลเลน แนะนำว่า เขาใช้กฎ 2 นาที กล่าวคือ หากมีบางอย่างที่คุณต้องการทำที่สามารถทำได้ภายใน 2 นาทีหรือน้อยกว่านั้น ให้ทำให้เสร็จเดี๋ยวนั้น อย่าผัดวันประกันพรุ่ง แล้วจะทำให้คุณหมดเรื่องที่ต้องคิดไปทีละอย่างๆ ใช้ความได้เปรียบกับเวลาเล็กๆน้อยๆ เช่น แทนที่จะหัวเสียกับเที่ยวบินที่ล่าช้า ก็ให้นำโทรศัพท์มือถือและสมุดนัดหมายออกมา แล้วเริ่มเรียบเรียงรายชื่อที่โทรเข้าโทรออก หรือบันทึกว่าจะมีงานเสนอเมื่อไหร่ แล้วจัดการให้เรียบร้อย นอกจากนี้การมองไปรอบๆโต๊ะทำงาน ของบนโต๊ะไม่ได้เป็นของที่อยู่ถาวรบนโต๊ะเสมอไป ไม่ว่าจะหนังสือ ปากกา ภาพถ่ายในกรอบ ล้วนเป็นตัวแทนของงานที่ยังไม่เสร็จทั้งสิ้น ให้พยายามเขียนรายการโทรศัพท์ที่ติดต่อมาทุกสายและทำการตอบกลับให้หมด E – Mail ก็เช่นเดียวกัน  งานที่ต้องทำทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะที่ยุ่งเหยิงวุ่นวาย ให้จัดการอยู่ในสมุดเป็นเล่ม เพื่อรวบรวมและเป็นที่ในการเก็บงานมากขึ้นและนำมาจัดเรียงสิ่งที่ต้องทำ และทำงานนั้นอย่างเป็นขั้น

ทางออกที่ 2 การอยู่กับปัจจุบัน 

หากคุณอยู่ที่บ้านแต่จิตใจยังครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องงาน มันจะทำให้คุณใช้เวลาที่ผ่อนคลายได้ไม่เต็ม 100 % “ให้ทำสิ่งที่กำลังทำในตอนนั้นและอย่าทำในสิ่งที่ยังไม่ได้ทำตอนนั้น”  เป็นคำกล่าวของ เฮล ดวอสกิ้น ผู้คิดค้นคอร์สอบรมในการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ มลรัฐแอริโซน่า พูดง่ายๆก็คือ การอยู่กับปัจจุบัน นั่นเอง และให้เพ่งความสนใจกับงานที่ทำอยู่ในขณะนั้นมากกว่า และให้ความสำคัญกับมันอย่างเต็มที่ และปล่อยงาน ความรับผิดชอบอื่นๆไว้ทำทีหลัง

101217099492623_1201160661627อีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้คุณสนใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ดี คือ การปล่อยวางเรื่องที่คุณไม่สามารถควบคุมได้ เช่น สุขภาพของคนในครอบครัว การตัดสินใจของหัวหน้าเกี่ยวกับการเลื่อนตำแหน่งของคุณ และเพื่อช่วยให้คุณผ่อนคลาย ให้ใช้เวลาสัก 2 ถึง 3 นาที จดบันทึกดูว่า ในสถานการณ์ที่อาจเกิดปัญหา คุณจะมีการตอบสนองด้วยความรู้สึกอย่างไร เข้มแข็งอย่างไร แล้วจัดตารางการตอบสนองนั้นไว้เป็นแผนการประจำวัน จากนั้นก็ลืมมันไปก่อน และจัดการสิ่งที่ต้องทำให้เต็มที่ต่อไป

และหากคุณเป็นคนทำอะไรด้วยความเร่งรีบ ขอให้เพลาๆลงมาบ้าง เราเร่งรีบทำงานของเรา ซึ่งจะเป็นไปโดยอัตโนมัติและใจเราก็จะมุ่งไปที่มันจริงๆเพียงแค่ครึ่งเดียว นอกจากนี้พอเรารีบ เราก็จะทำผิดพลาด และนั่นก็จะทำให้เราเครียดไปกันใหญ่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้คุณทำงานอย่างเชื่องช้า แต่ค่อยๆสร้างทัศนคติในใจว่า คุณมีเวลาไม่จำกัดที่จะทำงานนั้นให้ลุล่วง ซึ่งมันจะเป็นการเพิ่มสมาธิให้คุณสนใจกับงานนั้นมากยิ่งขึ้น และเป็นการเพิ่มปริมาณที่ได้และลดความเครียดลง

ทางออกที่ 3 การดูแลสุขภาพทั้งของจิตใจและร่างกาย 

ความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเรื่องการลดน้ำหนัก เพราะหากคุณเครียดเพิ่มขึ้น ความอยากทานอาหารก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

เราสามารถรับมือกับความเครียดได้จนกระทั่งเราหมดแรงไปเอง แต่ในบางครั้ง ทั้งจิตใจและร่างกายก็ยังต้องการความช่วยเหลือกันอยู่บ้าง การใช้สมุนไพรและอาหารเสริมจะช่วยได้ในเรื่องนี้

medicine1_6การเริ่มต้นทานสมุนไพร คาว่า (Kava) วันละ 60 ถึง 75 มิลลิกรัม  หากว่าได้ผลคุณสามารถเพิ่มปริมาณเป็นวันละ 2 ถึง 3 ครั้งได้ หากคุณยังรู้สึกไม่ผ่อนคลาย ก็ให้เลือกเพิ่มอาหารเสริมที่จะกล่าวต่อไปนี้ คือ สมุนไพรแวเลอเรียน ประมาณ 60 มิลลิกรัม ฮ็อปส์ วันละ 100 มิลลิกรัม กาบา (Gaba) วันละ 500 มิลลิกรัมหรือ ทอรีนวันละ 500 มิลลิกรัม ซึ่งถ้าจะให้ไก้ผลดีควรเพิ่มทีละอย่างเท่านั้น เพื่อจะได้ตอบสนองได้ดีขึ้น หากท้ายที่สุดแล้วคุณรับประทานอาหารเสริมทั้งหมดแล้ว ให้ลดปริมาณเหลือครึ่งหนึ่ง หรือรับประทานชนิดที่เป็นสูตรผสม

นายแพทย์จอร์แดน ได้เน้นให้เห็นความสำคัญของ วิตามิน B ชนิดต่างๆที่จะทำให้ความคิดความอ่านในการทำงานเฉียบคม โดยกล่าวว่า  นอกจากจะทำงานหลายอย่างแล้ว วิตามิน B ยังช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดโดยการต่อสู้กับสาร Homocysteine ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงใหญ่อย่างหนึ่งของโรคอัมพฤกษ์และโรคหัวใจ  เดวิสแนะนำให้ทานxv

  • วิตามิน B1 วันละ 50 มิลลิกรัม
  • วิตามิน B2 วันละ 30 มิลลิกรัม
  • วิตามิน B3 วันละ 100 มิลลิกรัม
  • วิตามิน B5 วันละ 75 ไมโครกรัม
  • วิตามิน B6 วันละ 2 ไมโครกรัม
  • วิตามิน B12 ชนิดที่อมได้วันละ 1,000 ไมโครกรัม
  • ฟอลิค แอซิด วันละ 400 ถึง 800 ไมโครกรัม

ทางออกที่ 4 การหาวิธีการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

คุณทราบดีอยู่แล้ว ว่า การออกกำลังกายนั้นมีความสำคัญอย่างมากในการช่วยจัดการกับความเครียดได้และยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย การศึกษามากมายที่แสดงให้เห็นว่า การออกกำลังกายช่วยลดความวิตกกังวลได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับการทำสมาธิ แต่กุญแจสำคัญอยู่ที่ว่า ต้องมีการออกกำลังกายด้วยวิธีที่ถูกต้องtopic_5

หากคุณเป็นบุคคลประเภท A ที่ต้องทำอะไรอยู่เสมอ การเล่นกีฬาที่มีการแข่งขันหรือกีฬาหนักๆ เช่น เบสบอล บาสเก็ตบอล แบดมินตัน เป็นต้น ในช่วงวันหยุดอาจทำให้คุณเครียดหนักกว่าก่อนที่จะออกกำลังกายเสียอีก การทำตามโปรแกรมออกกำลังกายให้ได้ผลดีนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำ การไม่ทำตามจุดมุ่งหมายของการออกกำลังกายที่ตั้งเป้าเอาไว้ จะทำให้ความเครียดเพิ่มมากขึ้นไปอีก

PNOHT570706001002501เพื่อที่จะสร้างกิจกรรมการออกกำลังกายเป็นประจำที่ดีที่สุด คุณจะต้องดูบุคลิกของคุณเป็นหลัก หากคุณชอบกิจกรรมที่ต้องเข้าสังคม ก็อาจไปร่วมกับชมรมออกกำลังกายต่างๆ หรือการนัดเพื่อนสนิทไปออกกำลังกาย หากต้องการเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้นอีก ก็อาจไปเต้นรำ ซึ่งจะช่วยเร่งอัตราการเต้นของหัวใจ และลดความเครียดลงได้ หากต้องการออกกำลังกายแบบสบายๆ ก็ลอง โยคะหรือรำมวยไทเก๊ก ซึ่งจะช่วยให้จิตใจของคุณสงบลงได้ หรือการว่ายน้ำ การผสมผสานของน้ำกับการเคลื่อนไหวของร่างกายนั้น ดีต่อทั้งร่างกายและทำให้จิตใจสงบลงอีกด้วย

แม้ว่า 4 ทางออกอาจจะไม่ได้ผลที่เฉียบขาด เป็นวิธีหาทางออกจากความเครียดและบรรเทาเท่านั้น เราก็อยากให้คุณได้ลองทำดู คุณจะพบว่าความเครียดไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับคุณอีกต่อไป……………….

 

217201618430549_2147405525_n

Comments

comments

About Jutharat Vorawichai

jeejib.01@gmail.com'

Check Also

ของดีจากใต้ดิน หวานเจี๊ยบไร้น้ำตาลกับ “บีทรูทแคนดี้” (แจกสูตร)

“บีทรูท” หัวสีแดงมีกลิ่นเหมือนไอดิน ซึ่งหลายๆ คนไม่ชอบทั้งกลิ่นและรสชาติของมัน แอดมินก็เคยเกลียดบีทรูทมาก่อนค่ะ ตอนเด็กๆ โดนแม่บังคับให้ดื่มน้ำบีทรูทคั้นสดทุกเช้าจนเกลียดไปเลย พอมาอยู่อเมริกาเพื่อนที่เป็นเชฟทำ บีทรูทแคนดี้ ให้ทาน โอ้ยตาย…อร่อยมว๊าก! หลังจากนั้นบีทรูทก็กลายเป็นผักสุดโปรดของแอดมินไปเลยค่ะ รับประทาน “บีทรูท” จะช่วยลดความดัน ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *