Home / โภชนาการ / 7 อาหารเพื่อสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายได้ หากทานมากเกินไป

7 อาหารเพื่อสุขภาพที่อาจเป็นอันตรายได้ หากทานมากเกินไป

เราต่างรู้กันดีว่า การนั่งทานคุกกี้ทั้งกล่องมันไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับคุณ  และผู้เชี่ยวชาญก็ได้กล่าวว่า การรับประทานอาหารมากเกินไปแน่นอนว่า จะทำให้เราได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่มากขึ้น แต่การรับประทานมากขึ้นนี้ อาจทำให้เป็นอันตรายกับร่างกายของเราได้ รวมทั้งยังอาจจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมา และทำให้คุณต้องวางแผนลดน้ำหนักอีก

783364989_231

ดังนั้น ไม่มีความจำเป็นที่คุณจะทิ้งอาหารเหล่านี้ทั้งหมด แต่คุณสามารถที่จะหลีกเลี่ยงการรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป การรับประทานอาหารในปริมาณที่พอดี จะเป็นการป้องกันเรื่องสุขภาพของคุณได้ แต่หากทานอาหารดังต่อไปนี้มากเกินไป อาจจะเป็นอันตรายกับสุขภาพของคุณได้

ส้มและมะเขือเทศ

fotolia_5014896_XS

คุณจะต้องระมัดระวังตัวเองไม่ให้หมกมุ่นกับอาหารที่มีรสชาติอร่อยมากจนเกินไป รวมถึงอาหารตามแฟชั่นในฤดูร้อนที่มีความเป็นกรดสูง

ปริมาณกรดที่เพิ่มสูงขึ้นนี้จะเกี่ยวข้องกับการรับประทานส้มและมะเขือเทศมากเกินไป และอาจจะทำให้เป็นโรคกรดไหลย้อนได้ การรับประทานมากเกินเป็นช่วงเวลานานนี้ อาจจะทำให้เกิดภาะวที่เซลล์เยื่อบุหลอดอาหาร มีการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเซลล์ Columnar หรือ Glandular ได้

ดังนั้น การรับประทานส้มและมะเขือเทศ ไม่ควรจะเกินสองลูกต่อวัน และควรหลีกเลี่ยงผลไม้และผักประเภทนี้อย่างสิ้นเชิง หากว่าคุณมีอาการของกรดไหลย้อน

ปลาทูน่ากระป๋อง

canned-tunaปลาทูน่ากระป๋องนี้มันง่ายมากสำหรับการเตรียมเป็นอาหาร เพราะเป็นปลาที่มีแคลอรีต่ำและสามารถนำมาทานคู่กับสลัดหรือแซนวิชได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การรับประทานปลาทูน่ามากเกินไปอาจส่งผลที่เป็นอันตรายได้กับระดับของสารปรอท  เนื่องมาจากปลาทูน่าเป็นปลาที่มีสารปรอทสูงกว่าปลาชนิดอื่น

การได้รับสารปรอทมากเกินไป จะนำไปสู่ปัญหาด้านการมองเห็น, การได้ยินและการพูดอาจจะบกพร่อง กล้ามเนื้ออ่อนแรงและไม่สามารถเคลื่อนไหวไปพร้อมกันได้

ดังนั้นคุณไม่ควรรับประทานปลาทูน่ามากกว่า 3 – 5 กระป๋องต่อสัปดาห์ และให้ลองสลับทานปลาที่มีสารปรอทต่ำๆดูบ้าง เช่น ปลาแซลมอน, กุ้ง และ ปลาพอลล็อก เป็นต้น

น้ำ

sore-throat-fluids-400x400Alan R. Gaby ผู้เขียนหนังสือ Nutritional Medicine ได้กล่าวว่า น้ำเป็นกุญแจที่สำคัญที่ทำให้เรามีสุขภาพที่ดี  แต่การดื่มน้ำมากเกินไปก็อาจจะทำให้เรามึนเมาได้

สิ่งนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อดื่มน้ำในปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งจะส่งผลต่อระดับโซเดียมในร่างกาย รวมทั้งยังทำให้ระดับโซเดียมในเลือดต่ำกว่าปกติอีกด้วย ซึ่งจะนำไปสู่การทำงานที่บกพร่องทางสมองและอาจทำให้เสียชีวิตได้

น้ำในปริมาณเท่าไหร่จึงจะทำให้เกิดปัญหาได้ ? ปัญหานี้มักจะเกิดกับคนที่บังคับให้ตัวเองพยายามที่จะดื่มน้ำซึ่งมากเกินไป โดยคุณต้องแน่ใจไม่ดื่มน้ำมากจนเกินไป วันหนึ่งควรดื่มน้ำประมาณ 8 – 10 แก้ว

ถั่วเหลือง

ioสำหรับคนที่รักการทานเต้าหู้ ฟังทางนี้!

ถั่วเหลืองสามารถช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลและความดันโลหิตได้หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม  นอกจากนี้ยังสามารถยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กได้อีกด้วย  ดังนั้นหากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะส่งผลทำให้เป็นโลหิตจางเพราะขาดธาตุเหล็กได้

เพราะว่าถั่วเหลืองมีสารเอสโตรเจน  เหมือนสารประกอบ (มีคุณสมบัติคล้าย) การบริโภคในระยะยาวและในปริมาณมาก อาจส่งผลทำให้เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกขยายตัว และอาจกลายเป็นโรงมะเร็งปากมดลูกได้

การทานถั่วเหลืองนั้นไม่มีวิธีที่บอกแน่นอนว่า ควรจะทานเท่าไหร่จึงจะปลอดภัย แต่หากทานในระดับที่เหมาะสม ควรทานประมาณ 2 จานต่อวันหรือน้อยกว่านั้น

ผักขม

Spinach_2337460bผักชนิดนี้มีประโยชน์มากมานและเป็นผักใบเขียวที่มีรสชาติอร่อย และอุดมไปด้วยสิ่งที่ดีๆกับร่างกายมากมาย  ผักชนิดนี้เป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี, มีไฟเบอร์ และมีวิตามิน แร่ธาตุที่หลากหลาย

นอกจากนี้ผักโขมยังมีลูทีนสูงอีกด้วย มีแคโรทีนอยด์ที่จะช่วยป้องกันจอประสาทตาเสื่อม (ซึ่งเป็นสาเหตุของการมองเห็นที่แย่ลงและอาจจะตาบอดได้)

อย่างไรก็ตาม ผักโขมยังมีการออกซาเลต (Oxalate)ที่สูงอีกด้วย  ซึ่งเป็นสารประกอบที่สามารถทำให้เกิดนิ่วในไตได้ ดังนั้นผู้ที่ป่วยเป็นนิ่วในไตควรจะหลีกเลี่ยงการรับประทานผักชนิดนี้ที่มากเกินไป

บราซิลนัท

Brazil nutsบราซิลนัทสามารถเป็นขนมขบเคี้ยวได้และยังเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีและมีไฟเบอร์ รวมทั้งยังมีกรดไขมันที่จำเป็นอีกด้วย ดังนั้นการรับประทานถั่ว สามารถลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิตลงได้

คุณไม่ควรจะทานถั่วเหล่านี้ทุกวันและในปริมาณที่มากเกินไป เพราะถั่วนี้อุดมไปด้วยเซเลเนียมและสารอาหารที่สามารถเป็นพิษได้หากทานมากเกินไป

การทานถั่วชนิดนี้มากจนเกินไปอาจจะทำให้ผมร่วง, เล็บบางและเปราะง่าย, โรคผิวหนัง, ความผิดปกติของระบบประสาทและสำหรับกรณีที่รุนแรงอาจจะเสียชีวิตได้  Joel Fuhrman เป็นนักวิจัยทางโภชนาการและผู้เขียน The End of Dieting ได้กล่าวว่า บราซิลนัทจะรักษาเซเลเนียมที่สูง ดังนั้นคุณไม่ควรจะรับประทานมากกว่า 10 วัน

โปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน

Lean Animal Proteinหากคุณชอบทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ เช่น อกไก่หรือไข่ขาวที่ต้องทานทุกวัน เพื่อต้องการให้ร่างกายรับโปรตีน มันอาจจะถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลงสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักแล้ว

Fuhrman กล่าวว่า การบริโภคโปรตีนจากเนื้อสัตว์มากเกินไปอาจเป็นอันตรายได้ จะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนอินซูลินของปัจจัยการเจริญเติบโต หรือ  IGF-1 ซึ่งจะทำให้มีริ้วรอยเพิ่มากขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็ง (โดยเฉพาะโรคมะเร็งเต้านม) เมื่ออยู่ในระดับที่สูง

ในความเป็นจริง มีการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารเซลล์ของการเผาผลาญอาหารพบว่า มีอัตราความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นถึง 75 %  และเป็นผู้ที่มีแคลอรีที่ได้มาจากการบริโภคเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน 20 %

ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด คือ พยายามบริโภคแหล่งที่เป็นโปรตีนแหล่งอื่น เช่น ถั่ว, เมล็ดและธัญพืช ทั้งนี้ควรบริโภคทุกๆอย่างในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้การทำงานของร่างกายไม่ทำงานหนักจนเกินไป

Comments

comments

About Jutharat Vorawichai

jeejib.01@gmail.com'

Check Also

ของดีจากใต้ดิน หวานเจี๊ยบไร้น้ำตาลกับ “บีทรูทแคนดี้” (แจกสูตร)

“บีทรูท” หัวสีแดงมีกลิ่นเหมือนไอดิน ซึ่งหลายๆ คนไม่ชอบทั้งกลิ่นและรสชาติของมัน แอดมินก็เคยเกลียดบีทรูทมาก่อนค่ะ ตอนเด็กๆ โดนแม่บังคับให้ดื่มน้ำบีทรูทคั้นสดทุกเช้าจนเกลียดไปเลย พอมาอยู่อเมริกาเพื่อนที่เป็นเชฟทำ บีทรูทแคนดี้ ให้ทาน โอ้ยตาย…อร่อยมว๊าก! หลังจากนั้นบีทรูทก็กลายเป็นผักสุดโปรดของแอดมินไปเลยค่ะ รับประทาน “บีทรูท” จะช่วยลดความดัน ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *