สุขภาพ

คุณเสี่ยงต่อการขาดวิตามิน B3 อยู่หรือเปล่า?

การทานอาหารให้ครบและเหมาะสมในแต่ละมื้อถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินและเกลือแร่ตามที่ต้องกาย เพื่อให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามคุณอาจจะเจอกับการขาดวิตามินหรือขาดสารอาหารไม่ครบเพราะทานอาหารไม่หลากหลายและไม่สมดุล และนั่นก็จะนำไปสู่การซื้อวิตามินแบบเม็ดมาทานเสริม คุณรู้ไหมว่า วิตามิน B3 หรือ ไนอาซิน เป็นวิตามินที่สำคัญต่อร่างกายมาก เพราะไนอาซินจะทำหน้าที่ผลิตพลังงาน ปรับระดับคลอเรสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือดในปกติ แถมยังบำรุงข้ออีกต่างหาก จากคำบอกกล่าวผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการบอกว่า การขาดวิตามิน B3 เพียงเล็กน้อย จะส่งผลต่อร่างกายโดยตรงและทำให้เกิดโรคต่างเช่น โรคซึมเศร้า โรคเครียด โรคสมาธิสั้น เหนื่อยเพลีย และอ่อนแรง หากร่างกายไม่ได้รับวิตามิน B3 ในปริมาณที่ต้องการ คุณจะเป็นโรคขาดสารไรอาซิน และนั่นคือต้นจุดเริ่มต้นของ โรคสมองเสื่อม การสูญเสียความทรงจำ โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง และอาการอักเสบในช่องปาก     หากไม่ได้รับการรักษา ชีวิตผู้ป่วยอาจเข้าขั้นวิกฤติได้ เพื่อป้องกันโรคน่ากลัวข้างต้น The Beauty Nerds แนะนำให้ทุกคนไม่ลืมที่จะทานวิตามิน B3 ในปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน และนี่คือ รายชื่ออาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน B3 หรือไนอาซินค่ะ 1. ปลา ปลาทะเลคืออาหารที่อุดมไปด้วยไนอาซิน ...

Read More »

Superfoods 6 อย่างช่วย “ดีท็อกซ์ปอด” ให้เหมือนใหม่

ปอดเป็นอวัยวะหนึ่งที่สำคัญมากในการมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ แถมเป็นอวัยวะที่ทำงานทั้งวันทั้งคืนไม่เคยหยุดพักอีกต่างหาก ในแต่ละวันปอดต้องแบกรับภาระแสนสาหัสทั้ง ฝุ่นละออง ควันพิษ เชื้อราที่่ปะปนในอากาศ และสิ่งแปลกปลอมต่างๆ มากมายที่เข้ามาในร่างกายผ่านอากาศ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องดูแลปอดของเราให้ดีเท่าที่เราจะดูแลได้ วันนี้ The Beauty Nerds จะมาบอกวิธีการดีท็อกซ์ปอดด้วยการรับประทาน Superfoods ุ6 อย่างดังต่อไปนี้   1. ผักตระกูลกะหล่ำปลี ผักจำพวกกะหล่ำปลี บล็อคโคลี คะน้า กวางตุ้ง ผักกาด เป็นต้น ผักจำพวกนี้มีซัลเฟอร์และแอนติออกซิแดนซ์สูง ซึ่งการทานผักเหล่านี้จะช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกายและยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งอีกด้วย         2. อาหารที่มีแคโรทีนอยด์ สารแคโรทีนอยด์จะพบได้ในพืชที่มีสีเหลือง สีส้ม สีแดงและสีเขียว ซึ่งจะเปลี่ยนสภาพเป็นวิตามิน A เพื่อร่างกายคุณย่อยมันแล้ว และวิตามิน A ยังช่วยลดอาการเสี่ยงจากโรคหอบหืดอีกด้วย อาหารที่มีสารแคโรทีนอยด์สูงได้แก่ แครอท พริกหวานสีแดง ส้ม เป็นต้น     ...

Read More »

ความมหัศจรรย์ของ “หัวหอม” ที่คุณไม่เคยรู้!!!

“หัวหอม” ผักกลิ่นฉุนที่ทำให้คุณร้องไห้อยู่บ่อยๆ เวลาเข้าครัวแล้วลงมือหั่น ใครจะไปรู้บ้างว่าเจ้าหัวหอมหัวเล็กๆ เท่ากำปั้นจะมีสรรพคุณมากมายอยู่ทั้งลดและป้องกันอาการป่วย ซึ่งคนสมัยก่อนได้ใช้หัวหอมในการรักษาโรคมาเป็นเวลานานมากแล้ว ในปัจจุบันหัวหอมได้ถูกละเลยและไม่เป็นที่นิยมใช้ในการรักษาอีกต่อไป เนื่องจากกลิ่นที่ไม่ค่อยจะหอมเหมือนชื่อแล้วยังทิ้งกลิ่นอันโดดเด่นไว้หลังจากรับประทานอีกด้วย แต่ “หัวหอม” คือสุดยอดอาหารที่มีประโยชน์สูงมากและที่สำคัญคุ้มค่ากับกลิ่นที่ถูกทิ้งไว้หลังจากรับประทานแน่นอนค่ะ หัวหอมอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับกระเทียมและกุยช่าย เพราะมีซัลเฟอร์สูง หัวหอมยังเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระ ยาต้านเชื้อรา และยาฆ่าเชื้ออีกด้วย และนี่คือคุณสมบัติของหัวหอมที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการติดเชื้อ ลดคอเรสเตอรอล เพิ่มความแข็งแรงให้หัวใจ ลดอาการปวดข้อหรือข้ออักเสบ ควบคุมน้ำตาลในเลือดและช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยสร้างภูมิต้านทาน ลดอาการไอและปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เพิ่มความแข็งแรงในกระดูก ลดอาการอักเสบ ช่วยต้านมะเร็ง ช่วยต้านโรคสมองเสื่อมและโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท ช่วยลดอาการหอบหืด ต้านทานสารก่อมะเร็ง ช่วยในการลดน้ำหนัก ช่วยให้ระบบสืบพันธุ์ทำงานดีขึ้น ทำให้แผลหายเร็ว ลดอาการเจ็บหู ครั้งต่อไป The Beauty Nerds จะมาบอกวิธีการใช้หัวหอมในการรักษากันนะคะ ทำง่าย ราคาถูก แถมทุกอย่างมาจากธรรมชาติอีกต่างหาก ดีต่อสุขภาพของทุกคนแน่นอนค่ะ

Read More »

มาดูกัน อายุเท่าคุณควรนอนกี่ชั่วโมงถึงจะพอ?

หลายๆ คนมีความคิดเห็นแตกต่างกันในเรื่องของจำนวนชั่วโมงในการนอนหลับ บางคนบอกว่า 5 ชั่วโมงก็พอ บางคนบอกว่าต้องนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงถึงจะดี The Beauty Nerds จะมาไขปัญหาคาใจให้กับทุกคนค่ะว่า อายุเท่าไหร่ควรนอนกี่ชั่วโมง National Sleep Foundation ได้เผยแพร่ตารางจำนวนชั่วโมงการนอนจำแนกตามอายุตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ โดยตารางดังกล่าวได้บอกไว้ว่า ทารกแรกเกิด – 3 เดือน ควรนอน 14-17 ชั่วโมงต่อวัน เด็กอายุ 4 – 11 เดือน ควรนอน 12-15 ชั่วโมงต่อวัน เด็กอายุ 1 – 2 ขวบ ควรนอน 11-14 ชั่วโมงต่อวัน เด็กอายุ 3 – 5 ขวบ ควรนอน 10-13 ชั่วโมงต่อวัน เด็กอายุ ...

Read More »

มาดูดวงสุขภาพตามกรุ๊ปเลือดกันเถอะ!

รู้หรือไม่ว่า กรุ๊ปเลือดสามารถบอกอะไรเกี่ยวกับตัวคุณได้หลายอย่าง แม้กระทั่งสุขภาพของคุณ ว่ากันว่าคนที่มีเลือดกรุ๊ป AB จะมีแนวโน้มเสี่ยงเป็นโรคหัวใจสูงกว่ากรุ๊ปเลือดอื่น ส่วนคนที่มีเลือดกรุ๊ป O จะมีปัญหาเกี่ยวกับโรคแผลในกระเพาะอาหาร จากผลงานวิจัยเปิดเผยว่า กรุ๊ปเลือดแต่ละกลุ่มมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปในเรื่องของสุขภาพ หากคุณรู้กรุ๊ปเลือดของคุณ นั่นก็เป็นข้อดีที่จะทำให้คุณดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุด จริงที่ว่าปัจจัยสุขภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับกรุ๊ปเลือดอย่างเดียว เพศ อายุ พันธุกรรม และอื่นๆ ก็เป็นปัจจัยเสริมในการเกิดโรคต่างๆ อีกด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะป้องกันไม่ให้เกิดโรคดังกล่าวไม่ได้ ความเสี่ยงมีอยู่จริงแต่คุณก็สามารถลดความเสี่ยงด้วยตัวคุณเองได้เหมือนกัน มาดูกันว่า ชาว Beauty Nerds จะดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างไรให้สอดคล้องกับกรุ๊ปเลือดของตัวเองกันค่ะ เลือดกรุ๊ป A หากคุณเป็นผู้หญิงและอยากมีลูกหลายๆ คน ผลการวิจัยบอกว่า ผู้หญิงเลือดกรุ๊ป A อุดมสมบูรณ์กว่าผู้หญิงเลือดกรุ๊ปอื่นๆ นั่นหมายความว่ารังไข่ของคุณจะผลิตไข่ได้ดีและมีคุณภาพกว่าผู้หญิงเลือดกรุ๊ปอื่น อีกทั้งช่วงเวลาของการมีลูกจะยาวกว่า หมายความว่า หากคุณมีอายุเยอะแล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องมีลูกยาก เพราะระบบสืบพันธุ์ของคุณดีเยี่ยม แต่การมีเลือดกรุ๊ป A ก็ทำให้มีปัญหาสุขภาพเยอะอยู่เหมือนกัน คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ และโรคพิษสุราเรื้อรัง แถมยังเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารอีกด้วย   เลือดกรุ๊ป B ต้องรู้สึกขอบคุณตัวเองสำหรับคนที่มีเลือดกรุ๊ป ...

Read More »

รับมือกับตะคริวยามดึก ทำอย่างไรให้ตะคริวหายไป?

เชื่อว่าหลายๆ คนเคยสะดุ้งตื่นยามดึกพร้อมความเจ็บปวดบริเวณน่องหรือขาส่วนอื่น สาเหตุมาจากตะคริวนั่นเอง รู้หรือไม่ว่าทำไมถึงเกิดตะคริว? สาเหตุก็คือการที่ร่างกายเราขาดน้ำ ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวแบบไม่ได้ตั้งใจ ตะคริวสามารถเกิดได้บริเวณกล้ามเนื้อทุกที่บนร่างกาย แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไม ถึงเกิดที่ขาเป็นส่วนใหญ่ วิธีการแก้การเป็นตะคริว 1. ทานโพแทสเซียม การทานอาหารที่มีส่วนประกอบของโพแทสเซียมจะช่วยเรื่องกล้ามเนื้อหดตัวได้เป็นอย่างดี อาหารที่มีโพแทสเซียมสูงได้แก่ กล้วย มันฝรั่ง หรืออาจจะทำเครื่องดื่มง่ายๆ ด้วยการผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์กับน้ำผึ้งละลายในน้ำก็ช่วยได้เหมือนกัน 2. ขยับตัวบ่อยๆ การที่ยืนหรือนั่งท่าเดิมเป็นเวลานานๆ สามารถทำให้เกิดตะคริวได้เหมือนกัน การขยับเขยื้อนเคลื่อนที่ถือเป็นการหลีกเลี่ยงตะคริวได้เหมือนกัน อาจทำได้โดยการยืดเส้นยืดสาย บิดขี้เกียจเบาๆ หรือถ้าเกิดตะคริวระหว่างที่นอนหลับ ก็ยืนตัวตรงสักพัก ตะคริวจะหายไป 3. อาบน้ำอุ่น การอาบน้ำอุ่นจะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและทำให้อาการเป็นตะคริวหายไปได้เร็วขึ้น 4. ใช้ตัวช่วยสุดท้าย หากวิธีการข้างต้นไม่ได้ผล มีวิตามินที่ช่วยเรื่องเกี่ยวกับกล้ามเนื้อชื่อว่า กรดอะซิติก ซึ่งจะอยู่ในพวกของหมักดอง กินอาหารที่มีกรดอะซิติกก็จะช่วยเรื่องลดการเป็นตะคริวได้เป็นอย่างดี สุดท้ายนี้ การเกิดตะคริวมาจากการขาดน้ำ ฉะนั้นการดื่มน้ำเยอะๆ และไม่ทำให้ร่างกายขาดน้ำเป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะหากไม่มีน้ำ ร่างกายก็จะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ค่ะ

Read More »

คุณเป็น “หมูสุขภาพดี” ที่เกลียดการออกกำลังกายหรือเปล่า?

จะมีสักกี่คนที่แฮปปี้กับการที่ทำให้ตัวเองเหนื่อย? วิ่งเป็น 10 กิโล เข้ายิมทุกเช้า เหงื่อเยิ้ม ปวดกล้ามเนื้อทั่วทั้งตัว แถมยังต้องควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ได้สัดส่วนที่ต้องการ ส่วนมากก็เป็น “หมูสุขภาพดี” เพราะขี้เกียจออกกำลังกายกันทั้งนั้น ไปเช็คเลือด เช็คไขมัน ทุกอย่างปกติ แต่ผิดปกติตรงที่อ้วน แล้วไงล่ะ? ฉันอ้วนแต่สุขภาพดีกว่าคนผอมตั้งเยอะ จริงค่ะ “คนอ้วนไม่ได้แปลว่าสุขภาพไม่ดี” แต่การออกกำลังกายไม่ได้มีเป้าหมายอย่างเดียวคือ “ผอม” สักหน่อย การออกกำลังกาย จะทำให้หมูอย่างพวกเราแข็งแรงขึ้น ผลพลอยจากการออกกำลังกายก็คือ สัดส่วนกระชับขึ้น รูปร่างอาจจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่เชื่อเถอะว่ามันจะเข้ารูปมากขึ้น ไม่ถึงขั้นผอมแห้งแน่นอนค่ะ แต่ดูดีขึ้นแน่นอน มามะ มาดูไอเดียเปลี่ยน “อคติ” ให้เป็น “อุดมคติ” ในการออกกำลังกายกันดีกว่า ลองสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่กล้าทำมาก่อน มีหลายคนมากที่เห็นการออกกำลังกาย เช่น ต่อยมวย เต้นแทงโก้ โยคะ เต้นบัลเล่ต์ ว่ายน้ำ คิดอยากลอง แต่กลัวนู่นนี่นั่น เขินบ้าง อายบ้าง หยุดความคิดเหล่านั้นแล้วลองเปิดใจค่ะ จัดเต็มจะได้รู้กันไปเลยว่า ...

Read More »

ลองนี่ดิ ใครที่ปวดหลัง ปวดบั้นเอว หายชัวร์!

วิธีที่จะทำให้อาการปวดหลังหายไปคือการสร้างกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรงและยืดหยุ่น และวิธีที่ทำให้หลังแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ก็คือ การออกกำลังกายกล้ามเนื้อหลัง วิธีแรก ใช้ลูกบอลออกกำลังกาย คนที่ปวดบริเวณบั้นเอวการออกกำลังกายวิธีนี้จะช่วยได้เยอะเลยเพราะลูกบอลออกกำลังกายจะช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อและความโค้งของลูกบอลก็จะทำให้หลังได้ยืดหยุ่นและผ่อนคลายขึ้น       วิธีที่สอง ออกกำลังแบบคาร์ดิโอ อาการปวดหลังอาจมีสาเหตุมาจากน้ำหนักเกิน การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอนอกจากจะลดน้ำหนักได้แล้ว ยังสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรงอีกด้วย           วิธีสุดท้าย โยคะ การเล่นโยคะเป็นการยืดเส้นยืดสายทั้งร่างกายและยังเป็นการสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้ออีกด้วย ท่าที่จะช่วยลดอาการปวดหลังที่ดีที่สุดคือท่าแมว ทำไม่ยากแล้วก็ได้ผลที่อีกด้วยค่ะ

Read More »

เครียด! กินไม่หยุด! กินได้เลยตามสบายถ้าเป็นอาหาร 5 ชนิดนี้

รู้ทั้งรู้ว่าความเครียดมันไม่ดีเลย! แต่ก็ยากเหลือเกินที่จะหลีกเลี่ยงจากมัน บางคนเครียดแล้วป่วย ปวดท้อง ปวดหัว แต่บางคนนี่สิ เครียดแล้วกินแหลกกินแบบไม่คิดชีวิตกันเลยทีเดียว ไม่หิวนะแต่ปากนี่หยุดไม่ได้เลยจริงๆ ทำยังไงได้ล่ะ ก็มันเครียดนี่นา! ใช่ค่ะ The Beauty Nerds เข้าใจว่าทำอะไรมากไม่ได้ แต่เราทำให้น้ำหนักไม่ขึ้นจากการกินเพราะเครียดได้ แถมลดความเครียดลงได้อีกเยอะเลยค่ะ 1. ผัก + ดิปปิ้งซอส เต็มที่เลยค่ะ ไม่ว่าจะแครอท บล็อคโคลี่ แตงกวา ขนมาจิ้มกับดิปปิ้งซอสได้เลย เพราะผักเป็นแหล่งรวมวิตามิน ไฟเบอร์สูง แถมทำให้อิ่มนาน แต่บอกไว้ก่อนว่า ดิปปิ้งซอสก็ควรจะ Low Calories ด้วยเหมือนกันนะคะ ไม่ใช่จิ้มน้ำสลัดแคลอรี่โหดๆ Eat wisely นะคะสาวๆ       2. ดื่มน้ำโซดาผสมผลไม้ เขาว่ากันว่า ความหิวก็มาจากการที่ร่างกายขาดน้ำเหมือนกันนะคะ ดังนั้นลองเอาน้ำโซดาผสมกันส้มฝานบางๆ สตอเบอร์รี่ มะนาวหรือผลไม้อะไรก็ได้ที่ชอบ จะช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้น ลดความเครียดลงไปได้เยอะเลยค่ะ ...

Read More »

ทำอย่างไรให้ห่างไกลจากโรคไต

“ไต” คืออวัยวะที่มีรูปร่างคล้ายถั่วแดง ทำหน้าที่กรอกของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการออกไปในรูปของปัสสาวะ การขับของเสียออกจากไตเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะถ้าไตทำงานได้ไม่เต็มที่ ร่างกายจะมีของเสียสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วไม่สามารถดูดอาหารและออกซิเจนจากเลือดได้ โดยเริ่มต้นจะมีเกลือแร่สะสมอยู่ในเนื้อเยื่อมากขึ้น น้ำในร่างกายก็จะซึมสู่เนื้อเยื่อมากขึ้นด้วย จนทำให้เกิดการบวมน้ำ และเสียชีวิตในที่สุด การทำให้ไตของเรามีสุขภาพที่ดีถือเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นมาดูกันค่ะว่า ทำอย่างไรให้ห่างไกลจากโรคไต? 1. ทานผักผลไม้และอาหารที่มีประโยชน์ 2. ทำร่างกายให้แข็งแรงโดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติ 4. วัดความดันเลือดเป็นประจำเพื่อที่จะควบคุมความดันให้ปกติ 5. บริโภคเกลือให้เหมาะสม อย่าทานอาหารเค็มจัด ุ6. ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อขจัดของเสียออกจากไต 7. งดสูบบุหรี่ 8. หลีกเลี่ยงการทานยาปฏิชีวนะ ให้รักษาด้วยสมุนไพรหรือวิธีธรรมชาติ 9. หากคนในครอบครัวมีประวัติโรคไต คุณควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษด้วยการไปพบแพทย์เพื่อเช็คสุขภาพไตเป็นประจำ

Read More »